แฮ่ .... มาถึงตอนเที่ยว+กินสักที  ตอนโปรดเลยแฮะ ^^"
 
ทัวร์เกาหลีครั้งนี้ เป็นการซื้อทัวร์เอาตอนที่อยู่ประเทศไทย  เตรียมใจไว้เนิ่น ๆ แล้ว ว่าต้องเป็นชะโงกทัวร์แน่ ๆ ซึ่งก็จริงสัก 50 เปอร์เซ็นต์ 
 
(อารมณ์ประมาณว่า  นั่งรถ 2 ชม.  ลงไปถ่ายรูปได้ 30 นาที จบ ! )
 
แต่ก้อเอานะ...ก็เรามาอย่างไม่รู้จักประเทศเค้าเลยสักติ๊ด  เอาแค่ว่าเที่ยวครั้งนี้ ให้รู้จักเกาหลีก่อน แล้วถ้าติดใจอะไรยังไง หรือสนใจมากขึ้น  จะได้มาเที่ยวเองได้บ้าง  (คิดได้แง่ดีโค่ด ๆ - -*)
 
 
เริ่มละกัน ,,,
 
เดินทางไปสุวรรณภูมิโดย แอร์พอร์ตลิ้งค์ ,,, ตกคนละ 45 บาท  ไปถึง จะอยู่ชั้นใต้ดินของสุวรรณภูมิ  ต้องขึ้นไปเช็คอิน ข้างบน    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น กระเป๋าสัมภาระไม่ได้เยอะอะไรมาก  สามารถเดินเหินแบกคนเดียวได้สบาย  ก็โอเคสำหรับการเดินทางไปสุวรรณภูมิแบบนี้  เวลาเดินทาง  ประมาณชม.ได้
 
 
 
เดินทางไปเกาหลีโดยเครื่องบิน  สายการบิน Bussiness Air (ไม่แปลกถ้าจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน...ได้ข่าวว่าเพิ่งตั้งมาได้ 2 ปี  เหมือนจะบินไปเกาหลีโดยเฉพาะนะ  ถ้าคิดไม่ผิด  ลองดูเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของสายการบิน คนที่จะบินไปเกาหลีละกัน  ราคาก็โอเคอยู่  (อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน  เดา...เพราะซื้อทัวร์เอา มันรวมในนั้นหมดแล้ว ... ,, แป่วววว)  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชม.ได้  (เร็วกว่าบินไปญี่ปุ่นอีกแฮะ)
 
 
* ตอนไปนะ  เนื่องจากซื้อทัวร์ไป  แทบทั้งลำของเครื่องบินลำนี้  เป็นทัวร์คนไทยไปเกาหลีทั้งหมด (มีประมาณ 9 กรุ๊ปทัวร์ได้อ่ะ ,,, ทัวร์ที่ซื้อไปมีผู้ร่วมเดินทางแค่ 20 คนเท่านั้น)  คนไทยทั้งลำ  เสียงดังเอะอะโวยวาย  น่ารำคาญมากกกกกกกกกกกกกกกกก
 
เข้าใจว่าไปทัวร์ เป็นกรุ๊ป เป็นกลุ่มคณะ  อาจจะรู้จักกันหมด แต่ไอเรื่องคุยโหวกแหวกโวยวาย ที่สำคัญ คุยข้ามหัวตรู  รับไม่ได้จริง ๆ ว่ะค่ะ*
 
 
อาหารบนเครื่อง ,,, ทานได้นะ  แต่พี่ที่ไปด้วยบอกไม่อร่อย  ... ก้อแล้วแต่รสนิยมกันไป
 
     
 
เมนูคือ ออมเลท ... ปลวกมากค่ะ  เมนูคือไ่ข่เจียว  ไข่เจียวจริง ๆ ไข่เจียวอย่างเดียว  ไม่มีข้าววววววววว  โอ๊ยย ตูละเพลีย -0-  (ผลไม้เสริมคือ แก้วมังกร มะละกอ เมลอน , โยเกิร์ตผลไม้รวม , น้ำเปล่าที่มีกลิ่นเหมือนมดตายอยู่ 3 ตัว, ขนมปังแข็งโป๊กกับเนย )
 
 
ผ่านมาเกือบ 5 ชม. ล้อก็แตะแผ่นดินเกาหลี  สู่ สนามบิน อินชอน จ้าาาา
 
 
สิ่งเสียดายอีกอย่างคือ .... ไม่ได้นั่งทีติดริมหน้าต่าง  เลยถ่ายมาได้แค่นี้จริง ๆ T T
 
 
แล้วก้อเดินทางไป ตรวจด่านคนเข้าเมือง  ซึ่งอยู่อีกทีกับที่เครื่องบินลง  ก็ต้องนั่งรถไฟใต้ดินเชื่อมไป 
 
 
ตะแง้ววว .. ผ่านตม.มาได้  ก็รวบรวมกรุ๊ปกันก่อน  เดินออกมาข้างนอกตรงบริเวณรอรับผู้โดยสารขาออก  โอโห้  ภาษาไทยเรียกแต่ละทัวร์ให้เพียบ !!! คือ ได้ยินแต่ภาษาไทยจริง ๆ อ่ะ  นึกว่าอยู่ ดอนเมือง ไม่ใช่อินชอน -*-
 
 
รวบรวมกรุ๊ป 20 คนของเราได้แล้ว  ก็เดินทางออกมาขึ้นรถบัส  เริ่มไปสถานที่ท่องเที่ยวแรกกันเลย  (โอ้แม่คุณ ไม่ให้หนูพักเลย ... บนเครื่องก็นอนหลับไป 2 ชม.เอง  เฮือกกกก = =)
 
 
โอ้ววว ขอเล่าก่อน  ก่อนมาเกาหลี ก็เช็คอุณหภูมิในเว็บแล้ว  เค้าบอก ประมาณ 10 กว่า ๆ องศาได้  เราก้อ  เออ โอเค จะได้กะได้ถูกว่าต้องเอาเสื้อไปประมาณไหน ใส่กี่ชั้น  พอถึงสนามบิน  มันยังอุ่น ๆ ไง เค้าเปิดฮีทเตอร์ไว้  พอก้าวขาออกนอกสนามบินเท่านั้นแหละ  อ่ะโห ... พูดมาคำแรก ควันออกจากปากเลย  ปลวกมาก  ไกด์บอก วันนี้ 2 องศา  ...... พรุ่งนี้ หิมะอาจตก  ก่อนมาได้ 2-3 วัน ฝนตกที่เกาหลีด้วย  อากาศเลยหนาวอยู่  .... ,, แล้วอิเว็บบอก 10 กว่าองศา  >.<
 
Tip* เกาหลี เป็นเมืองหนาวมาก ถึงมากที่สุด ,,, (ยกเว้นจะไปกันตอนหน้าร้อนนะ)  เอาเสื้อกันหนาวหนา ๆ ไปเผื่อด้วยเลย  ได้ใช้แน่ ๆ  ถุงมือ ผ้าพันคอ หมวก ที่ปิดหู  ถุงเท้า  เอาไปให้หมด  แต่เตือนก่อนนะ ว่าเราเป็นคนขี้หนาว  คือทุกอย่างที่กล่าวมาได้ใช้ทุกอัน  แต่เอาไปเผื่อก็ไม่เสียหายนะ
 
 
สถานที่แรก ,,, หมู่บ้านฝรั่งเศส  แวะ ถ่ายรูป  ตอนไปถึงประมาณ 9 โมงกว่า  ปรากฎ ร้านรวงทุกอย่าง ยังไม่เปิดบริการ  ปลวกมากชีวิต  ไปดูร้านที่ปิดซะงั้น  เข้าไม่ได้สักร้าน  ได้แต่ถ่ายรูปข้างนอก เอาวิว บรรยากาศสวย ๆ ไป  ตึก ร้านที่นี่ จะเป็นสีสันสดใส    อยากไป เมืองไทยก็มีนะ ... ปาลิโอ เขาใหญ่
 
 
 
เจอร้านนึง  รู้สึกจะทำเป็นแผ่นป้ายไม้  มีกระดาษด้วย  ไปแว๊บถ่ายรูปมาได้นิดนึง ,,, สะดุดกับแผ่นนี้นิดหน่อย คาดว่าคงเป็นสำนวน อะไรสักอย่าง  อาจจะประมาณ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น หรือป่าว
 
 
 
 
 
แวะลองทางเบเกอรี่ของที่นี่ดูสักนิด  เนื่องจากเป็นคนชอบกินขนมปังม๊ากกกกกกก ฮี่ ๆ :P
 
 
 
บรรยากาศภายในร้าน  มีเป็นcoffee shop ด้วย  น่านั่งทีเดียว  ภายในก็มีขายเครื่องดื่ม และขนมปัง มีพิซซ่าด้วยนะ  ราคาไม่แพงเว่อร์ พอซื้อกินได้
 
 
 
 
จากนั้น  แวะมากินข้าวกลางวันกันที่ร้านอาหารก่อน  อาหารกลางวัน ก็น่าตาฉะนี้และ 
 
(เหมือนเอาหมู ผัก มาผัด ๆ รวมกัน  มีกิมจิ ซอส  ผักเคียง  ซุปสาหร่าย(จืดมาก) ร่วมรับประทานด้วย)
 
         
 
 
 
 
จากนั้น  เราก็ไปสถานที่เที่ยว แห่งที่ 2  คือ เกาะนามิ นึกไม่ออก ก็ ไปหาพี่เบ นั่นเอง  (ในกวน มึน โฮ)  จริง ๆ แล้วทัศนียภาพของเกาะนี้ ถือว่าสวยมากนะ  คือเกาะนี้ ไม่ว่าจะมาฤดูไหนก็จะได้บรรยากาศไปอีกแบบ  จริง ๆ แล้ว ช่วงที่ไปคือ ปลาย ๆ มีนา ต้องเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิแล้ว  แต่อากาศยังหนาวอยู่  ต้นไม้เลยโกร๋นเลย  แต่ก็ให้อีกความรู้สึกนึง  รู้สึกเหงา ๆ ยังไงไม่รู้ บอกไม่ถูก  ฮ่า ๆ ๆ
 
ต้องข้ามเรือมา  ซื้อตั๋ว  ไม่ถึง 5 นาที ก็ถึงเกาะนามิแล้ว
 
 
 
 
อันนี้ แผ่นไม้ ไว้เขียนบรรยายไรก็ว่าไป  ไปอ่านดี ๆ เจอภาษาไทยเยอะมากกกกกก 
 
เกาหลีน่าจะทำภาษาไทยเพิ่มตามสถานที่ท่องเที่ยวไปเลยนะ  นอกจากภาษาอังกฤษ จีน และ ญี่ปุ่นแล้ว
 
 
พอมาถึงเกาะแล้ว  ใช่ว่าจะเจอพี่เบเลย  เราต้องเดิน ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ โอ่ยย เดินไปอีกไกลเหมือนกัน ไปกลับรวมกันน่าจะกิโลกว่า  ถึงจะเจอพี่เบนะ  แต่รู้สึกจะมีร้านเช่าจักรยานด้วย  สำหรับคนขี้เกียจเดิน  แต่เนื่องจากหาร้านเช่าไม่เจอ ก็เลยเดินตามไกด์ 
 
(น่าแปลก...ดันเจอกรุ๊ปที่มาเครื่องบินลำเดียวกันด้วย  คาดว่าโปรแกรมท่องเที่ยวเกาหลี คงไม่พ้นสถานที่ต่าง ๆ นี้แน่นอน)
 
 
 
ระหว่างทาง แวะซื้อ ขนมพื้นบ้านของเกาหลี  เป็นแป้งเหนียว ๆ ข้างในเป็นน้ำตาล กับอะไรไม่รู้หวานๆ  แล้วเอาไปทอด  (ดูอมน้ำมันชะมัด ,,, แต่หนาว  ซื้อกินดับความหนาวเอา)  ราคา  1000 วอน
 
ไกด์ดันบอก ... ก็เหมือนกะลอจี๊ บ้านเรา ,,,, เลยเกือบไม่ซื้อ  เพราะไปกินที่ไทยก็ได้ ราคาน่าจะถูกกว่า  55 5
 
 
 
 
เดินตามทางอีกซักพัก  ก็เจอพี่เบ  แต่เราไม่ได้มาหาพี่เบ  คนอื่นเค้ามาหากัน ก้อปล่อยเค้าไป  คิวถ่ายรูปกับพี่เบยาวมาก  เลยเดินมาถ่ายรูปต้นไม้บริเวณนั้นก่อน  ซึ่ง ,, สวยกว่าต้นตรงต้น ๆ ทางเข้าเกาะแน่นอน  เห็นแล้วหายเหนื่อยเลย ^^
 
 
(โอ๊ย.. ไม่อยากเอารุปตัวเองลงเลย  แต่อยากให้เห็นบรรยากาศต้นไม้จริง ๆ แต่ไม่มีรูปวิวที่ถ่ายมาเลย  มีแต่รูปคนติดมาด้วย  ,, อาย ><)
 
 
เดินวน ๆ ดู ๆ สักพัก  คิวถ่ายรูปพี่เบ ก็หายไป  เราเลยไปถ่ายรูปเล่น แอ็กฮา ๆ (ฮามาก จนไม่กล้าเอาลง)  แล้วก็กลับขึ้นเกาะ  เพื่อไปสถานที่ท่องเที่ยวที่ 3
 
 
 
สถานที่ท่องเที่ยวที่ 3 ก็คือวัด .... จำชื่อไม่ได้ (ซอรี่ T T )  แต่เป็นวัดที่คนไทยสร้าง  เงินคนไทยทั้งนั้น  ซื้อของในวัดนี้ รับเงินบาทด้วย  แต่ไม่ใช่พระไทยนะ  รู้สึกจะเป็นคนละนิกาย 
 
เอารูปมายืนยัน ,, คนไทยมาวัดนี้ เยอะจริง ๆ อันนี้เป็นกระเบื้องทำบุญ  แบบจะทำในนามใคร ก็เขียนชื่อลงไป  กล้าพูดว่าร้อยละ 80 เป็นลายมือ ภาษาไทย
 
 
 
 
ทางเดินขึ้นวัด ชัน และ เหนื่อยมากกกกก  รู้สึกตัวเองแก่ไปอีก 50 ปีแหน่ะ  ขึ้นเสร็จปุ๊บ หมดพลังปั๊บ
 
 
 
ข้างในเป็นพระนอน....มีจำหน่าย อุปกรณ์ให้สักการะ แต่เนื่องจาก ตั้งใจจะมาเยี่ยมชมเฉย ๆ เลยไหว้ด้วยมือไป  เดินวนไปวนมาอีกสักพัก  ให้หายเหนื่อย  จึงค่อยลงมา  ขาลงนี่ก็สุด ๆ ,,, ทางลาดลง  เดินลงทีต้องคอยระวัง ๆ เหมือนจะวิ่งลงตลอดเวลา  หน้าเกือบคว่ำ  - -*
 
 
 
 
จากนั้น  ก็ไปกินข้าวเย็นกันต่อ ,,,
 
     
 
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

มันต่างอะไรจากตอนกลางวัน ,,,,  คำตอบคือ ... เปลี่ยนจาก หมู เป็น ไก่ ค่ะ !!!!
 
 
 
กินเสร็จ ก็เร่งรีบ ไปสถานที่ต่อไป ,,, สถานที่สุดท้าย
 
คือป้อมปราการ  อะไรสักอย่าง  ระยะทางประมาณ 5 กม.  สามารถเดินได้ .... ตอนแรกก็จะเดินหรอกนะ  แต่อากาศหนาวลงเรื่อย ๆ  น่าจะเกือบติดลบได้อ่ะ  หนาวม๊ากกกกกกก  ก็เลย  โอเค ถ่ายรูป กลับ !
 
 
 
 
จากนั้น ก็ กลับโรงแรม (สักที) ,,,
 
แน่นอน .... พอถึงโรงแรม เราก็เป็นอิสระ ... ไปตะลอน ๆ ยามราตรีรอบ ๆ โรงแรมต่อ  ได้รองเท้าบู๊ทราคา 15000 วอนกลับมา  และของกินอีกเล็กน้อย ... เป็นปาร์ตี้ขนมไป
 
 
 
 
 
 
Tip* มาเกาหลี ต้องกินนมกล้วย ..... นมกล้วยมีหลายเจ้า  แต่เจ้า ออริจินอล  และ วางขายเมื่อไหร่ ก็หมดทันทีนั้น  ต้องเป็นขวด คล้าย ๆ ขวดโยเกิร์ต 2 ถ้วยประกบกัน  (SNSD โฆษณาอ่ะ)  ตกราคาขวดละ 1000 วอน  อาจมีขูดราคากว่านี้ได้ ถ้าซื้อตามสถานที่ท่องเที่ยว ,,,, แต่ถ้าซื้อเป็นแพ็ก แบบนี้ 4 ขวด  ตกขวดละ 700 กว่าวอนเอง  ..... รสชาติ  อร่อยเลยทีเดียว 
 
Tip* ไกด์ บอกนักบอกหนา  มาเกาหลี ต้องลอง มาม่า เกาหลีด้วย  รสชาติเยี่ยม ต้องออริจินอล ...คนซื้อฝากกันเยอะ  รวมไปถึง ป๊อกกี้ด้วยนะ (เดี๋ยวเอาลงอีกที)
ลองกินมาม่า....บอกตามตรง .... ก็รสชาติงั้น ๆ ของไทย น่าจะรสชาิติถูกปากกว่านะ
 
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น  บางคนที่เกลียดกลิ่นกล้วยเป็นทุนเดิม  อาจจะยี๊ เอาได้ ..... แต่ไปถึงเกาหลีแล้ว ต้องลองจริง ๆ นะ ^^
 
เจ้าที่ถูกต้อง คือ ซ้ายนะ  ด้าน ขวา คือ ลองซื้อมากินอีกเจ้า .... ไม่ค่อยอร่อยเ่ท่าฝั่งซ้าย
 
        
 
 
 
โอเค .... จบทัวร์วันแรกอย่างงง ๆ และเหน็ดเหนื่อย   .....  มันชะโงกทัวร์จริง ๆ  >w<